น้ำตาลกับอาชญากรรมเกี่ยวกันด้วยหรือ?

น้ำตาลนั้น แม้จะเป็นที่รู้จักกันมากแล้วว่า

หากกินมากเกินไป จะเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน

อีกทั้งไขมันในร่างกายที่แปรรูปมาจากน้ำตาลในเลือด ก็ยังเป็นสาเหตุของโรคหัวใจอีกด้วย

 

และยังมีการวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีน้ำตาลมาก

ยังสัมพันธ์กับโรคเก๊าท์ โรคทางเดินอาหารและโรคความดันโลหิตสูง

 

ยิ่งกว่านั้น น้ำตาลนั้น ยังมีผลร้ายต่อระบบประสาท และภาวะอารมณ์

ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ผิดปกติ

ทั้งซึมเศร้า ทั้งก้าวร้าว ต่อต้านสังคมถึงขั้นก่ออาชญากรรมได้

 

ในสหรัฐอเมริกา พบว่า อาหารที่อาชญากรกินเป็นนิสัยนั้น ได้แก่

ขนมเค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต ไอศกรีม ลูกกวาด น้ำอัดลม และของว่างซึ่งมีรสหวาน

อาหารเหล่านี้มีน้ำตาล มากกว่าที่มีอยู่ในอาหารธรรมชาติมากมาย

 

ปัจจุบัน มีบุคคล และกลุ่มบุคคลทั่วสหรัฐฯ

ที่กำลังค้นคว้าหาความสัมพันธ์ ระหว่าง อาหาร กับ อาชญากรรม

ตลอดจน การศึกษา ในเรือนจำ เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของนักโทษ โดยอาศัยอาหารที่สมดุลมากขึ้น

 

ทัณฑสถาน เทศบาลเมืองคูยาโฮกาฟอลล์ รัฐโอไฮโอ

ได้จัดทำโครงการควบคุมอาหาร สำหรับนักโทษ มาเป็นเวลานานกว่าเรือนจำใด ๆ ในสหรัฐฯ

เริ่มเเต่ปี พ.ศ. 2514 ทัณฑสถานได้พบว่า 4 ใน 5 ของนักโทษ

ได้รับประโยชน์จากอาหารที่เป็นผักสด ข้าวกล้อง และเมล็ดธัญพืชที่ไม่ขัดขาว

ในช่วง 5 ปี 89% ของผู้ที่กินอาหารในโครงการ ไม่ได้กลับไปก่อเรื่องอีก หลังจากถูกปล่อยตัวไป

 

ทัณฑสถาน เทศบาลเมืองอาลาเมดา รัฐแคลิฟอร์เนีย

ได้ลดปริมาณน้ำตาล ในอาหาร ของเยาวชน ที่ต้องโทษจำนวน 350 คน

ผลปรากฏว่า วัยรุ่นเหล่านั้น “สงบขึ้น งุ่นง่านน้อยลง”

 

ปัจจุบัน อาหารจำพวก ข้าวซีเรียลที่เติมรสหวาน ไอศกรีมและลูกกวาด ไม่มีอีกเเล้วในโรงอาหาร

 

นอกจาก การปฏิรูป ในเรือนจำและสถานกักกันเยาวชน

ยังมีความเป็นไปได้ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ระดับสถาบันในหลายรัฐ

สภานิติบัญญัติ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ค และอลาบามา

กำลังพิจารณากฎหมาย ซึ่งจะมีผลให้ระบบทัณฑสถานของรัฐ

ปรับปรุงอาหาร ในเรือนจำ ให้สอดคล้องกับข้อชี้แนะ

ด้านโภชนาการของกระทรวงเกษตรกรรมที่เสนอ ใหกิน

ไขมัน น้ำตาล และ เกลือน้อยลงกับกินผักสด และข้าวกล้องมากขึ้น

 

การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลจำนวนมากนั้น มีผลต่อภาวะจิตใจ และ อารมณ์อย่างไร

มีผู้อธิบายว่า เมื่อน้ำตาล จำนวนมาก เข้าไปในร่างกาย

มันจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียง 10 นาที

ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมาเป็นจำนวนมาก

เป็นเหตุให้ น้ำตาลในเลือดถูกขจัดออกไป จากกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว

 

จนกระทั่งระดับน้ำตาลในเลือด ลดต่ำลง เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ (hupoglycemia)

บุคคลที่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจะมี

อาการสั่น เหงื่อตก ขาดเหตุผล อารมณ์แปรปรวนอย่างรวดเร็วสับสน เวียนหัว หลงลืม วิตกกังวล

 

จากการศึกษา พบว่าประมาณร้อยละ 80-85 ของนักโทษในสหรัฐฯ เป็นโรคน้ำตาลในเลือดต่ำ

ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ไม่ต่างจากที่พบในหมู่คนเป็น โรคจิต จิตประสาท และจิตเภท

ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐปอร์ตุเกส มีการทดลองเปลี่ยนอาหารในเรือนจำ

 

โดยลดปริมาณน้ำตาลในอาหาร งดอาหารว่าง หรือ ขนมที่มีน้ำตาลมาก อาทิ

ขนมเค้ก ไอศกรีม โดนัท แยม ตลอดจน น้ำอัดลม

และให้กินข้าวกล้อง และเมล็ดธัญพืชที่ยังไม่ขัดขาวหรือแปรสภาพ ผัก ผลไม้ เป็นหลัก

 

ปรากฏว่า การวิวาทก่อเหตุร้ายในเรือนจำลดลง

นักโทษอยู่ในความสงบมากขึ้น ทั้งมีสุขภาพดีกว่าเดิม

ในสถานกักกันเยาวชนไทด์วอเตอร์ รัฐเวอร์จิเนีย เพียงใช้มาตรการเดียวกันคือ ลดน้ำตาลในอาหารเท่านั้น

ปรากฏว่าวัยรุ่นที่มักก่อปัญหาเนือง ๆ ในเรืองจำลดลงไป ร้อยละ 80

และมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาลดลงร้อยละ 55

 

สารอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีอยู่มากในอาหารสมัยใหม่ เกือบทั้งหมด

คือ สารสังเคราะห์ ที่มักมาในรูปสารเจือปน (additive)

โดยเหตุที่ การผลิตอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนลักษณะ จากการผลิตเพื่อบริโภคมาเป็นการผลิตเพื่อขาย

จนกลายเป็นอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ ทำให้อาหารเกือบทั้งหมด ที่วางขายตามท้องตลาดเวลานี้

ทั้งอาหารแห้งและอาหารสด ตลอดจนขนม เครื่องดื่ม ปนเปื้อนไปด้วยสารเจือปนนานาชนิด

 

ทั้งนี้ เพื่อให้อาหารอยู่ได้นานขึ้น มีรส สี กลิ่น ที่ ดึงดูดลูกค้า

นับแต่ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช สารกันบูด ไปจนถึงน้ำตาลสังเคราะห์

สารเจือปนเหล่านี้ ได้ทำให้คนเป็นอันมาก เกิดโรคต่างๆ เช่น

โรคหอบหืด ข้ออักเสบ ปวดหัวข้างเดียว ตลอดจนมีความผิดปกติทางอารมณ์

ซึ่งเป็นเพราะ แพ้สารสังเคราะห์ในอาหาร

การมีพฤติกรรมผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการของโรคไฮเปอร์แอคตีฟ (hyperactivity) นี้

เป็นผลจากการที่สารเหล่านี้เข้าไปแทรกแซงสภาพทางเคมีของสมองนั่นเอง

Cr. การล้างพิษโดยวิธีธรรมชาติ