รวมความรู้ด้านสุขภาพ Health Knowledgeสารอาหารบำบัดโรค Nutrition

ผัก 25 ชนิด ต้องรีบหามากิน

1. ผักกาดขาว (Chinese Cabbage)

– ช่วยทำความสะอาดลำไส้และทำให้ขับถ่ายสะดวก

– ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

– ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

– ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและป้องกันความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังของทารกแรกเกิด

– ช่วยขับปัสสาวะและแก้ไอ

 

2. ต้นหอม (Green Shallot)

– ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

– ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคและมลภาวะได้ดีขึ้น ช่วงยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง

– ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน

– ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง

– ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ ช่วยขับเหงื่อ บำรุงหัวใจ ลดไข้ แก้หวัดคัดจมูก

3. ผักชี (Coriander)

– ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้อาการกระหายน้ำ แก้ไอ แก้หวัด

– ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้อาการวิงเวียนศีรษะ รักษาอาการอาหารเป็นพิษ

– ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

– ช่วยขับผื่นหัดให้ออกเร็วขึ้น ช่วยขับเหงื่อ ขับลมและช่วยให้เจริญอาหาร

– ช่วยละลายเสมหะ และรักษาโรคริดสีดวงทวาร

4. หอมหัวใหญ่ (Onion)

– แก้ภูมิแพ้หอบหืด เบาหวาน และรักษาอาหารหวัด

– แก้อาการร้อนใน ลดอาการอักเสบของแผลในปาก ลดเชื้อจุลินทรีย์ในปากที่ทำให้เหงือกอักเสบ

– รักษาแผลเป็นหนอง และลดอาการอักเสบของแผล

– ช่วยลดการเหี่ยวย่นของผิวหนัง ช่วยให้ผิวเต่งตึง แลดูอ่อนวัย และรักษาโรคผิวหนัง เช่น รังแค กลาก เป็นต้น

– มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ตับ ไต และเซลล์ตา

5. เห็ด (Mushroom)

– มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

– ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและลดอาการอักเสบของร่างกาย

– ช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาล และคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด

– ช่วยลดไข้ ลดความดัน ขับปัสสาวะ

– ช่วยให้หายหงุดหงิด บำรุงเซลล์ประสาท และรักษาอาการอัลไซเมอร์

6. แครอท (Carrot)

– ช่วยบำรุงรักษาสายตา ตาฟาง และต้อกระจก

– มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย

– ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

– ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด

7. คะน้า (Kai-Lan, Chinese Broccoli, Chinese Kale)

– ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และ มะเร็งปอด

– ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น เสริมสร้างกระดูก

– มีสารต้านอนุมูลอิสระ

– ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณ

– ช่วยต้านทานการติดเชื้อ และช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

8. มะระ (Bitter melon)

– ช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกและฟัน

– ช่วยให้เลือดแข็งตัว

– บำรุงสมอง กล้ามเนื้อ

– ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส

– ช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคและปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็ง

9.ขึ้นฉ่าย (Celery)

– ช่วยลดการอักเสบ และเสริมสร้างเนื้อเยื่อในบริเวณที่อักเสบ

– ช่วยขับปัสสาวะ

– มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการกลายพันธุ์ของมะเร็ง และสารอนุมูลอิสระอันเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็ง

– ช่วยบำรุงหัวใจ และหลอดเลือด

– ช่วยเรื่องของไมเกรน

10. กระเทียม (Garlic)

– ช่วยในการขับพยาธิ

– ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันเป็นโรคโลหิตจาง

– ช่วยป้องกันและรักษาสิว

– ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลและระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด

– ป้องกันโรคมะเร็ง และเนื้องอก

– ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

11. ผักกระเฉด (Water mimosa)

– ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ

– ช่วยบำรุงเลือด

– ช่วยเสริมสร้างให้ภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรง สุขภาพดี พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคได้ทุกเวลา

– ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อสามารถทำงานได้อย่างปกติ

– ป้องกันโรคกระดูกพรุน

12.ผักบุ้ง(Swamp Morning Glory)

– ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงการเป็นต้อ สายตาสั้น อาการคันบริเวณตา และตาแดง

– ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเซลล์มะเร็ง

– ช่วยการชะลอวัย

– ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

– ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องผูก

13. ขิง (Ginger)

– ช่วยลดอาการท้องอืด  ขับลมและบรรเทาอาการคลื่นไส้

– ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน และช่วยบำรุงสายตา

– ช่วยป้องกันมะเร็ง

– ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

– ช่วยสมานแผล ฆ่าเชื้อโรคในแผล

14. ตำลึง (lvy gourd)

– ช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ตัวร้อน

– ช่วยดับพิษฝี แก้ปวดแสบปวดร้อน

– แก้คัน

– ช่วยแก้หิด

– ช่วยแก้วิงเวียนศีรษะ

15. ถั่วพู (Winged bean)

– ถั่วพูอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และมีโปรตีนสูง บำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และแก้อาการอ่อนเพลียได้

– ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

– ช่วยแก้อาการตัวร้อน ลดไข้ในเด็กทารก

– ช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก

– ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

16.สะระแหน่ (Kitchen Mint)

– ช่วยแก้ปวดบวม ผื่นคัน ปวดหัวไมเกรน

– ช่วยบรรเทาอาการหวัด ขับเหงื่อและระบายความร้อน

– ช่วยขับลมในลำไส้ ย่อยอาหารรักษาอาการอ่อนเพลีย

– ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืดหอบ

– ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดบิด ปวดท้อง ท้องร่วง และอุจจาระเป็นเลือด

17. ชะอม (Climbing Wattle)

– ช่วยลดความร้อนในร่างกาย และเป็นยาอายุวัฒนะ

– ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

– ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก

– ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้

– ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง

18. กะหล่ำปลี (Cabbage)

– ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง

– ช่วยลดความดันโลหิต

– ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ลดอาการแฮงก์จากการดื่มแอลกอฮอล์

– ช่วยลดอาการปวดหัว

19. โหระพา

– ช่วยแก้ไข้ ปวดศีรษะ ขับเหงื่อขับลม บรรเทาอาการเหงือกอักเสบเป็นหนอง

– บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้อาการท้องเสีย จุกเสียดแน่นท้อง

– ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

– ช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

– ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมสำหรับมารดาที่ให้นมบุตร

20. มะเขือเทศ (Tomato)

– มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้

– ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ผมแข็งแรงเงางามมีสุขภาพดี

– ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด

– ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

– ช่วยลดความเครียดได้

21. หัวปลี (Banana Blossom)

– ช่วยบำรุงน้ำนม สำหรับแม่ลูกอ่อน

– ช่วยแก้ปวดท้อง รักษาโรคกระเพราะอาหารอักเสบ

– ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

– ช่วยบำรุงลำไส้ บำรุงเลือด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี

– ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูมีน้ำมีนวล

22. ถั่วฝักยาว (Yard long bean)

– สารต้านอนุมูลอิสระ

– ช่วยลดน้ำหนัก เร่งระบบการเผาผลาญ

– ช่วยลดคอเลสเตอรอล คุมระดับน้ำตาลในเลือด

– ป้องกันกระดูกพรุนรักษาอาการปวดต่างๆ

– ช่วยบำรุงหัวใจ สายตา

23. กุยช่าย (Chinese Chive)

– ช่วยแก้ไอหรืออาเจียนเป็นเลือด

– ช่วยแก้อาการปวดแน่นหน้าอก

– ช่วยแก้ปัสสาวะเป็นเลือด

– ช่วยขับลม

– แก้คลื่นไส้อาเจียน

24. ดอกแค (Sesbania Grandiflora)

– ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ลดความร้อนในร่างกาย

– ช่วยขับเสมหะ ลดน้ำมูก

– ช่วยบำรุงสายตา ให้นอนหลับสนิท

– ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

– ช่วยบรรเทาอาการลมบ้าหมู

25. ผักผ่อน/พักผ่อน ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายคึกคัก ให้กระชุ่มกระชวยเลือดลมสูบฉีด สมองแจ่มใสอายืนยาว สดชื่น …