การย่อยแอลกอฮอล์ในร่างกาย

แอลกอฮอล์ให้พลังงาน 7 แคลอรี่ต่อกรัม แต่จะไม่ให้คุณค่าสารอาหารใดๆ หรือถ้าจะมี ก็มีในปริมาณเพียงเล็กน้อยโดยขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาผลิตแอลกอฮอล์ อาหารชนิดอื่นๆ นั้น

จะต้องผ่านระบบการย่อยอาหารก่อนที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง จากนั้นเลือดจะพาแอลกอฮอล์ไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกาย ดังรายละเอียดที่จะกล่างถึงต่อไปนี้

 

เมื่อเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป จะมีแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อปากและผ่านเยื่อบุลำคอ แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่จะไหลลงไปที่กระเพาะอาหาร ซึ่งมีเอนไซม์ gastric alcohol dehydrogenase (ADH) คอยทำหน้าที่เผาผลาญแอลกอฮอล์อยู่

  • ตับ แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมผ่านทางลำไส้เล็ก ไหลเข้าสู่เส้นเลือดแดงใหญ่และถูกกำจัดที่ตับ

ในตับจะมีเอนไซม์ที่มีลักษณะคล้ายกับเอนไซม์ ADH เพื่อทำหน้าที่เผาผลาญแอลกอฮอล์ จากนั้นแอลกอฮอล์จะถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงานโดยโคเอนไซม์ที่มีชื่อว่า nicotinamide adnine dinucleotide (NAD) ซึ่งจะเปลี่ยนกลูโคสที่ได้รับจากอาหารให้กลายเป็นพลังงาน

ดังนั้น ในขณะที่ NAD ถูกใช้ไปกับแอลกอฮอล์ จะไม่มีการผลิตพลังงานออกมาตับที่แข็งแรงโดยทั่วไปจะสามารถดูดซับแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ได้ประมาณ 1/2 ออนซ์ (เท่ากับปริมาณเบียร์ 6-12 ออนซ์ ไวน์ 5 ออนซ์ และเหล้า 1 ออนซ์) ภายใน 1 ชม. ส่วนแอลกอฮอล์ที่เหลือจะไหลไปที่หัวใจและส่งผลต่อหัวใจ

  • หัวใจ เมื่อแอลกอฮอล์ไปถึงหัวใจ ก็จะไปทำให้การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนลง หัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยลง หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดการคลายตัว ความดันโลหิตลดลงชั่วคราว จากนั้นการบีบรัดตัวจะกลับคืนสู่สภาพปกติ

แต่หลอดเลือดอาจจะยังคงคลายตัวอยู่ และแรงดันเลือดก็ยังคงลดลงเป็นเวลาอย่างน้อย 1/2 ชม. ในขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์จะไหลเวียนจากหัวใจเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางเส้นเลือดดำไปยังปอด จากนั้นเลือดจะไหล กลับไปยังเส้นเลือดแดงเข้าสู่หัวใจผ่านทางเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า เพื่อนำเลือดไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย


แอลกอฮอล์ที่อยู่ในกระแสเลือด จะไปเพิ่มระดับไลโปโปรตีน ความหนาแน่นสูง ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ HDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดดี) แอลกอฮอล์จะ ทำให้เกร็ดเลือดมีความหนืดลดลง และเลือดจับตัวกันได้ยากขึ้น จึงเป็นการลดอัตราเสี่ยง ของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองลงได้ชั่วคราว

แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือด ขยายตัว เลือดจะอุ่นมากขึ้นและไหลไปตามผิวหนังของร่างกาย ร่างกายจะรู้สึกอุ่นขึ้นอยู่สักพักหนึ่ง ถ้าผิวหนังปกติก็อาจจะมีสีแดงขึ้นหรือเป็นสีชมพูขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์จะไหลผ่านไปตามรูขุมขนตามผิวหนัง และลมหายใจจะมีกลิ่นเหล้า

  • สมอง แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท เมื่อแอลกอฮอล์ไปถึงสมอง จะทำให้การส่งสัญญาณ ประสาทระหว่างเซลล์ที่ควบคุมความสามารถในการคิดและเคลื่อนไหวทำงานช้าลง

นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังทำให้การผลิตฮอร์โมน antidiuretic ในสมองลดลง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายขับถ่ายปัสสาวะมากเกินไป

ดังนั้น เมื่อคุณมีฮอร์โมน ชนิดนี้น้อยลง คุณก็จะถ่ายปัสสาวะในปริมาณที่มากและบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณ สูญเสียน้ำ วิตามิน และเกลือแร่ เป็นจำนวนมาก จึงทำให้คุณรู้สึกกระหายน้ำ และปัสสาวะ มีกลิ่นเหล้า

อาการเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ จนกว่าตับจะผลิตเอนไซม์ ADH ได้เพียงพอสำหรับเผาผลาญแอลกอฮอล์ ทั้งหมดที่คุณดื่มเข้าไป

ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลาถึง 1 ชม.เต็ม ในการเผาผลาญ แอลกอฮอล์ 1/2 ออนซ์ แต่บางคนอาจจะยังมีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดนานถึง 2-3 ชม.หลังจากการดื่ม

*แอลกอฮอล์ในที่นี้หมายถึง”เอธานอล”

Cr. คู่มือโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น