กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) คืออะไร?

ประมาณกันว่า ประชากรออสเตรเลียราว 1 ใน 3 มีปัญหากับกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome-BS) ในระดับหนึ่ง

ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยนอกแผนกโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ตามโรงพยาบาลหรือคลินิกต่างๆ มีอาการไอบีเอส

 

อาการไอบีเอส รู้จักกันในชื่ออื่นๆ อีกมาก

รวมทั้งลำไส้ใหญ่บีบเกร็ง (spastic colon) ลำไส้ใหญ่อักเสบ (mucous colitis)

 

ไม่มีใครทราบ ทั้งสาเหตุของอาการไอบีเอส หรือช่วงอายุที่มีอาการ

อย่างไรก็ตาม คนไข้ส่วนใหญ่ ไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรักษาเป็นครั้งแรก จะมีอายุระหว่าง 20-40 ปี

ส่วนใหญ่คนไข้เป็นผู้หญิง แต่ไม่ทราบอีกเช่นกันว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

 

จริงๆแล้ว อาการไอบีเอส ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแพทย์

เพราะในเอกสารทางการแพทย์ซึ่งพบตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19

 

อาการทั่วๆไป ของไอบีเอส ก็เช่น ปวดท้อง อุปนิสัยการขับถ่ายไม่เป็นปกติ (วันหนึ่งท้องผูก วันต่อมากลับท้องร่วง) ท้องอืด

อาการปวดบรรเทาลง เมื่อถ่ายอุจจาระ ถ่ายบ่อยๆ ถ่ายเหลว และปวดเวลาถ่าย ถ่ายเป็นมูกปน เเละรู้สึกยังถ่ายไม่หมด

อาจมีอาการเหล่านั้นยาวนานเป็นปี แต่เมื่อถึงขั้นปวดรุนแรง สุดท้ายคนไข้ก็จะทนไม่ไหว ต้องไปโรงพยาบาล หรือพบแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุของอาการ

 

ไอบีเอสมีหลายทฤษฎี แอนน์ เพจ วู้ด (Ann Page-Wood) และจิลล์ เดวีส์ (Jill Davies) นักเขียนบทความทางการแพทย์ชาวอังกฤษบอกว่า

มีปัจจัยหลักที่น่าจะเป็นต้นเหตุของอาการไอบีเอส 8 ข้อ คือ

 

1. ยา

ยาลดกรด ยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มบีต้า บล็อกเกอร์ (Beta blocker) ที่มีคุณสมบัติลดความดันโลหิต และสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท

เราไม่ควรละเลยสรรพคุณของยาเหล่านี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการขับถ่าย

 

2. การติดเชื้อในกระเพาะอาหารและลำไส้

เราสามารถทราบได้จากอาการแรกเริ่มของคนไข้ เมื่อเริ่มมีอาการเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

 

3. การขาดอาหารที่มีเส้นใย

นี่เป็นสาเหตุของอาการไอบีเอส ในหลายๆ ราย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ของอังกฤษ อธิบายว่า

การขาดเส้นใยอาหาร อาจนำไปสู่ภาวะกากอาหารผ่านทางเดินอาหารช้าหรือเร็ว ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นที่มาของอาการไอบีเอสได้

 

4. ไขมัน

ไขมันเป็นต้นเหตุของอาการไอบีเอสในบางคน เนื่องจากกรดไขมันไปกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนคอลีซิสโตคินิน (cholecys-tokinin) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ปลายลำไส้ใหญ่ทำงาน

 

5. อาหารบางประเภท

ปัจจัยนี้อาจทำให้อาการแย่ลง แต่ยังขาดหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง

 

6. ฮอร์โมนในรังไข่

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้อาการไอบีเอสเลวร้ายกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนมีประจำเดือน

 

7. การผ่าตัดช่องท้อง

นี่อาจมีนัยสำคัญ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่มีอาการไอบีเอสจำนวนมากเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาแล้ว

 

8. ความเครียด บุคลิกภาพ และจิต

แม้ปัจจัยเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดอาการไอบีเอส แต่ก็ยากที่จะเชื่อว่า 1 ใน 3 ของประชากรมีสภาพจิตผิดปกติ

ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าปัจจัยทางจิตวิทยาเป็นเพียงตัวเสริมให้เห็นแนวโน้มที่นำไปสู่อาการนี้ได้เด่นชัดขึ้นเท่านั้นเอง

 

เพจ-วู้ด และเดวีส์ แนะนำว่า หากผู้ใดสงสัยว่า ตัวเองมีอาการไอบีเอส อย่าพยายามวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง

เพราะอาการไอบีเอส อาจจะเป็นอย่างอื่น ที่เลวร้ายกว่านี้ก็ได้

จึงควรให้ความสำคัญกับอาการไอบีเอส และควรไปพบแพทย์ก่อน

 

น่าตลกที่แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปต่างหาก ที่ไม่ค่อยใส่ใจกับอาการไอบีเอส

บางคนไม่ยอมรับว่าอาการไอบีเอสมีจริง ส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้ หาว่าคนไข้วิตกเกินเหตุ กับการทำงานตามปกติของลำไส้

 

นักวิจัยกลุ่มหนึ่งที่โรงพยาบาลบริสตอล รอยัล พยายามตอบ คำถามว่าอาการไอบีเอสมีจริงหรือไม่

ด้วยการศึกษาการถ่ายอุจจาระ ลักษณะอุจจาระ และความหลากหลายของอาการไอบีเอส จากผู้หญิง 54 คน

ค้นหาวิธีรักษาอาการ “เจ็บปวดที่ปลายลำไส้ใหญ่บ่อยๆ” สุดท้ายพวกเขาจึงสรุปว่า

 

อาการไอบีเอสไม่ใช่แค่ “ความเข้าใจผิดต่อสิ่งที่เป็นปกติ”

อาการไอบีเอสมีอยู่จริง1-3


1 แอนน์ เพจ-วู้ด และจูดิธ เดวีส์ เป็นนักเขียนเรื่องสุขภาพที่ตีพิมพ์ในกรุงลอนดอน

2 Page-Wood, A., & Davies, J., Irritable Bowel Syndrome, Sydney, Thorsons, 1991.

3 Juan, s., “Irritable Bowels Affect a Third of Australians”,Sydney Morning Herald, 12 Decemble 1991, p.12.

Cr. มหัศจรรย์แห่งร่างกาย

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.