ประโยชน์ของผักพื้นบ้าน - Nutrition-talk

ประโยชน์ของผักพื้นบ้าน

ผักพื้นบ้านให้แคลเซียมสูง

ผู้อำนวยการกองโภชนาการชี้ว่า ผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นเมืองในท้องถิ่น ซึ่งชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผักเกิดในธรรมชาติตามป่าเขา หนองบึง ริมน้ำหรือนำมาปลูกไว้เพื่อความสะดวกในการบริโภค มีคุณค่าทางโภชนาการประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตามินชนิดต่างๆ

ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ตามปกติ ที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟันช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นธาตุที่จำเป็นในการแข็งตัวของเลือด

ผักที่ให้แคลเซียมสูง ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม ได้แก่ ใบชะพลู 601 มิลลิกรัม ผักแพว 573 มิลลิกรัม ใบยอ 469 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ยังมียอดแค ผักกระเฉด สะเดา สะแล หน่อเรียง มะเขือพวง ขี้เหล็ก ใบเหลือง ผักแส้ว กระถิน ตำลึง ผักฮ้วน ก็มีแคลเซียมสูงเช่นกัน

กินผักผลไม้เป็นอาหารหลัก ผลักความดันโลหิตให้ลดได้

ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงทั่วไป อาจช่วยรักษาตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแต่กินผักผลไม้ให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ได้ทดลองเห็นผลมาแล้ว

คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของอังกฤษ ได้ทดลองกับอาสาสมัครผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวนเกือบ 1,000 คน ถูกให้เปลี่ยนนิสัยการกิน

ให้กินผักผลไม้เป็นหลัก วันละ 5 มื้อ อย่างน้อยมื้อละเป็นน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 80 กรัม นานเป็นเวลา 6 เดือน

ปรากฏว่า เมื่อตรวจวัดความดันโลหิตใหม่ พบว่าความดันโลหิตตัวบนโดยเฉลี่ย ได้ลดต่ำลงถึง 4 มม. ปรอท ในขณะที่ความดันตัวล่างลดลง 1.5 มม.ปรอท ความดันโลหิตสูงเป็นตัวการใหญ่ของโรคหัวใจ

พวกเขากล่าวรายงานในวารสารการแพทย์ “แลนเชต” ของอังกฤษว่า

หากว่าสามารถให้ประชาชนทั่วไปลดความดันโลหิตตัวล่างต่ำลงกันได้สัก 2 มม.ปรอท จะช่วยให้มีคนเป็นความดันโลหิตสูงลดลงได้ 17% เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง 6% และอัมพาตลดลงได้มากถึง 15 %

พบหนทางหนีพ้นมะเร็งกระเพาะอาหาร ขยันกินอาหารกากใยสูงเพิ่มสองเท่า

นักวิจัยทางโภชนาการบอกแนะนำ ให้พยายามบริโภคอาหาร ที่มีกากใยให้มากขึ้นอีกสักสองเท่า จะสามารถหนีห่างจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารลงได้เกือบครึ่ง หลังจากการศึกษาวิจัยเรื่องอาหารการกิน กับกลุ่มชนจำนวนมากที่สุด

คณะนักวิจัยด้วยทุนสนับสนุนจากองค์กรวิจัยโรคมะเร็ง สภาวิจัยการแพทย์อังกฤษ

ได้ศึกษาวิจัยเรื่องอาหารการกินของผู้คนตามชาติยุโรป 10 ชาติ เป็นจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่า 500,000 คน

ผลการศึกษาได้พบว่า ผู้ที่กินอาหารที่อุดมด้วยกากใยมากที่สุด ป่วยเป็นมะเร็งของกระเพาะต่ำ ในขณะที่ผู้ที่ไม่ค่อยชอบกินอาหารที่มีกากใยมาก มักจะเป็นมะเร็งดังกล่าวมากขึ้น

ผลการศึกษากล่าวว่า คนเราควรจะกินอาหารที่มีกากใยสูงให้ได้มากถึงวันละ 35 กรัม

เทียบได้กับการรับประทานผัก และผลไม้เป็นปริมาณประมาณ 5 จาน กับขนมปังแป้งสาลีอีก 5 ชิ้นต่อหนึ่งวัน อาหารที่มีกากใยสูงได้แก่ ผักและผลไม้พวกข้าวต่างๆ

นักวิจัยกล่าวว่า ผลการวิจัยส่อว่า หากผู้ที่ปกติกินอาหารที่มีกากใยต่ำ พยายามกินอาหารที่มีกากใยสูงเพิ่มขึ้นอีกสองเท่า จะสามารถหนีห่างจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้เกือบ 40%

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.