โรคที่เกิด เมื่อสุขภาพลำไส้ใหญ่แย่


ความสำคัญของลำไส้ใหญ่

“ลำไส้ใหญ่”

เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่รองรับปฏิกูลของร่างกาย

เหมือนท่อระบายน้ำโสโครกภายในบ้าน

หากท่อโสโครกเกิดอุดตัน
สุขอนามัยในบ้านย่อมไม่ดี

ฉะนั้น สุขภาพลำไส้ใหญ่จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

อาหารที่เรากินทั่วไป
มีทั้งชนิดที่มีเส้นใยมาก และชนิดที่ไม่มีเส้นใย

 

อาหารกลุ่มที่ไม่มีเส้นใย คือ

  • อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์
  • ไขมัน
  • แป้งขัดขาว

เมื่อกินเข้าไปแล้ว
จะถูกย่อยสลายเป็นโมเลกุลละเอียดยิบ
มีสภาพเหนียวหนับเหมือนยางมะตอย

 

 ผ่านไปในลำไส้ใหญ่ได้ลำบาก
และ มักเกาะติดอยู่ที่ผนังลำไส้
เหมือนคราบยางมะตอยในถัง

 

ซากอาหารเหล่านี้
เป็นแหล่งเพาะแบคที่เรีย
ซึ่งก่อให้บูดเน่าและเกิดสารพิษทำอันตรายแก่ร่างกาย

 

อาหารกลุ่มที่มีเส้นใยมาก คือ

  • ผัก
  • ผลไม้
  • ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโพด ถั่ว และเมล็ดต่างๆ

อาหารกลุ่มนี้เมื่อผ่านถึงลำไส้ใหญ่
เส้นใยของมันจะทำหน้าที่เหมือนไม้กวาด

กวาดคราบอาหารตลอดทางเดินที่มันผ่านไป
ช่วยชะล้างของเสียออกจากลำไส้
ทำให้ลำไส้สะอาด

 

โรคและอาการผิดปกติที่สัมพันธ์กับสุขภาพลำไส้ใหญ่
การกินอาหารที่ขาดเส้นใย
ทำให้สุขภาพลำไส้ใหญ่มีปัญหา
เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่

1. กลุ่มโรคของทางเดินอาหาร

  • โรคท้องผูก
  • โรคลำไส้ระคายเคือง ท้องผูกสลับท้องเสีย
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • อาการกลิ่นปากเหม็น
  • ลิ้นเป็นฝ้า แผลเปื่อยในปาก

2. กลุ่มโรคของภูมิต้านทาน

  • โรคภูมิแพ้
  • โรคหอบหืด
  • โรคลมพิษ ผื่นแพ้
  • ภาวะภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นหวัดง่าย ป่วยแล้วหายช้า
  • โรคภูมิต้านทานไวเกินอื่นๆ เช่น รูมาตอยด์, เอสแอลอี

3. กลุ่มโรคความเสื่อมของร่างกาย

  • ผิวพรรณเหี่ยวย่น แก่เร็วกว่าวัย
  • โรคข้อเสื่อม

4. กลุ่มโรคมะเร็ง

5. กลุ่มโรคทางจิตใจ

  • โรคเครียด
  • โรคนอนไม่หลับ
  • โรคทางกายที่เกิดจากใจชนิดต่างๆ

วิธีล้างพิษลำไส้ใหญ่

วิธีที่จะทำให้ลำไล้ใหญ่สะอาดมีหลายวิธี ได้แก่

  1. สร้างนิสัยการขับถ่าย
  2. สวนล้างลำไส้
    ซึ่งแบ่งเป็นการสวนล้างลำไส้ระดับบน (High colon cleansing)
    และการสวนล้างลำไส้ระดับล่าง (Low enema)

 

โรคภูมิแพ้ ลมพิษ ผื่นคัน หอบหืด

มีสาเหตุจากเซลล์เม็ดเลือดขาว
ถูกกระตุ้นด้วยสารอนุมูลอิสระ
ทำให้ทำงานมากกว่าปกติ
การลดสารอนุมูลอิสระเป็นวิธีหนึ่ง
ในการลดภาวะภูมิแพ้

 

วิธีล้างพิษสำหรับภาวะภูมิแพ้

– กินเพื่อล้างพิษ ให้กินข้าวกล้อง
ผักสด ผลไม้ กินเนื้อสัตว์

แต่ควรงดดื่มนมเด็ดขาด ทั้งนมเต็มรูป
นมพร่องไขมัน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว
หรือนมข้นหวาน

เพราะเป็นปัจจัยก่อภูมิแพ้แก่คนเอเชีย
โดยเฉพาะคนไทยและเด็กไทยอย่างสำคัญยิ่ง

 

– อดเพื่อสุขภาพ
ใช้การอดเพี่อสุขภาพ 10 วัน
ตามด้วยการอด 1 วันทุกสัปดาห์

สวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นที่
เรียกว่า High colon cleansing
ซึ่งต้องทำที่ศูนย์ธรรมชาติบำบัด

เพื่อขจัดคราบตะกรันในลำไส้ใหญ่ออกไป
คราบตะกรันเหล่านี้

เป็นเหล่งเพาะของเชื้อโรคทำให้เกิดการบูดเน่า
และเมื่อดูดซึมน้ำกลับเข้าตัว

ก็มักจะมีสารแปลกปลอม
หลุดเข้าไปสู่กระแสเลือด

เกิดภาวะภูมิแพ้ได้
การขจัดคราบตะกรัน
จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

โรคไมเกรน

สาเหตุไม่แน่ชัด
แต่ทางธรรมชาติบำบัดมีความเห็นว่า
สารเคมีที่เรารับเข้าสู่ร่างกายหลายอย่าง
เป็นเหตุกระตุ้นที่สำคัญ

วิธีล้างพิษที่สำคัญ

  • อดเพื่อสุขภาพ
    ช่วยให้ร่างกายสลายสารเสียจากร่างกายได้ดีขึ้น
  • สวนกาแฟล้างพิษ
    มีผลช่วยลดอาการที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีพอควร
    
  • ฝึกสมาธิ ล้างพิษทางจิตใจ ลดความเครียด
    ทำให้ความทนทานของระบบประสาทต่อภาวะไมเกรนดีขึ้น
โรคท้องผูก ตดเหม็น
ท้องผูกเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ มากมาย

ควรเลือกรักษาโดยวิธีต่อไปนี้

– กินเพื่อสุขภาพ เน้นอาหารที่มีเส้นใยสูง
คนจำนวนมากคิดว่า กินผักมากๆ จะหายท้องผูก
แต่แท้ที่จริง ผักมีเส้นใยแต่ไม่มาก

เช่น สลัด 1 จานมีเส้นใย 2.5 กรัม
ขณะที่คนเราจะหายท้องผูกต้องกิน
เส้นใย 25 กรัม/วัน
ดังนั้น แหล่งเส้นใยที่ดีคือข้าวกล้อง

 

 

– สวนล้างลำไส้ส่วนบน
เพื่อขจัดคราบอุจจาระเก่าเก็บ
ที่เป็นตะกรันจับออกในลำไส้ใหญ่

อันอาจเป็นอุปสรรคขัดขวาง
การเคลื่อนตัวของอุจจาระ
พูดง่ายๆ ว่าเหมือนล้างท่อโสโครกให้สะอาดขึ้น

–  ดื่มน้ำผสมมะนาวและเกลือทะเลทุกเช้า
ต่อเนื่องกัน ๗ วัน มีสูตรผสมดังนี้คือ

1. น้ำเปล่า 2 ขวด ขวดละ 800 ซีซี +
มะนาว 4 ลูก +
เกลีอทะเล 3 ช้อนชา

2. ผสมให้เรียบร้อย
ดื่มตอนเช้ามืดให้หมดในคราวเดียว
เสร็จแล้วให้เอาน้ำแข็งโปะสะดือขณะนั่งส้วม
จะพบว่าถ่ายได้

เมื่อทำสม่ำเสมอสัก 7 วัน ลำไส้จะทำงานได้เป็นปกติ

 

ปากเหม็น กลิ่นตัวแรง

ถ้าตรวจดูได้แน่ใจว่าไม่ใช่ปัญหาฟันผุ
รากฟันเน่า หรือปริทันต์ หรือทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

ที่เหลือมักเกิดจากร่างกายมีสารพิษสะสมอยู่ในตัวมาก
พบมากในคนกินเนื้อสัตว์ล้นเกิน ดื่มนม
และมักจะสัมพันธ์กับภาวะท้องผูก ตดเหม็นอีกด้วย

 

เลือกวิธีล้างพิษดังนี้

– อดเพื่อสุขภาพ เพื่อเปิดโอกาส
ให้ร่างกายขจัดสารพิษคั่งค้าง ในร่างกาย

– สวนล้างลำไส้ส่วนบน ขจัดคราบตะกรันเก่าเก็บ

– สวนกาแฟ เป็นวิธีสำคัญช่วยให้ตับขจัดสารเสีย
ลดกลิ่นปาก กลิ่นตัว ได้ดีวิธีหนึ่ง
ให้สวนกาแฟได้ 1 ครั้ง ทุกวันเว้นวัน

 

ตัวอักเสบเฉียบพลัน
ส่วนมากเกิดจากไวรัสตับอักเสบ
มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เบื่ออาหาร
อ่อนเพลีย ตรวจพบเอ็นไซม์ตับ (SGOT. SGPT สูงมาก
อาจระหว่าง 200 – 300 U/L
ที่สูงมากๆ อาจถึง 1000 U/L ก็มี)

 

เลือกรักษาดังนี้

– นอนหลับพักผ่อนให้มาก
เป็นกุญแจสำคัญของการรักษาตัว
อักเสบเฉียบพลัน บางคนอาจต้อง
ให้นอนอยู่บนเตียงตลอด
เพื่อให้เซลล์ฟื้นตัวได้เร็ว

– กินอาหารสุขภาพทั่วไป
ได้แก่ ข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ ปลา
เลือกอาหารที่ไม่มัน ดื่มน้ำผลไม้ให้มาก
ช่วยให้เซลล์ตับได้รับพลังงานเพียงพอ
และได้วิตามินประกอบกันไป

 

ตับอักเสบเรื้อรัง

การอักเสบของเซลล์ตับแบบเรื้อรัง
มีอาการอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร
ตรวจพบภาวะเอ็นไซม์ตับ
(SGOT. SGPT สูงกว่า 40 U/L
แต่อาจไม่ถึง 200 U/L)

อาจมาจากไวรัสตับอักเสบ
หรือสารเคมีที่เป็น พิษกับตับ

เซลล์ที่อักเสบนั้น เวลาเสื่อมสภาพ
จะเกิดสารอนุมูลอิสระจำนวนมาก

เมื่อเซลล์แตกอนุมูลอิสระ
จะเป็นพิษต่อผนังเซลล์ตัวต่อไป

ทำให้อ่อนแอลง
และง่ายต่อการเจาะเข้าเซลล์ของไวรัส
หรือเสื่อมเพราะสารพิษเคมี

 

การลดสารอนุมูลอิสระ
จึงเป็นวิธีการหนึ่งในการเสริม
ความแข็งแรงของเซลล์ตับ
ลดการอักเสบได้โดยภาพรวม

 

เลือกกระบวนการล้างพิษด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

– กินอาหารสูตรล้างพิษตับ
เป็นการกินอาหารสุขภาพประเภท
ข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ และปลา
เป็นเวลา 2 สัปดาห์

ตามด้วยการกินมังสวิรัติ
ให้ถูกวิธี 4 สัปดาห์

จากนั้นจบด้วยกินอาหารสุขภาพ
แบบแรกเป็นเวลา 2 สัปดาห์
วิธีนี้จะช่วยให้ตับฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
ใช้เวลาสัก 2-3 เดือน

 

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การตรากตรำทำงาน นอนดึก ตื่นสาย

มักทำให้เอ็นไซม์ตับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ตับมีปัญหา

 

– สวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ
เป็นวิธีช่วยลดอนุมูลอิสระในตับได้ดี
อย่าลืมกินขมิ้นชันและโสมก่อนการสวนทุกครั้ง
ให้สวนทุกวันเว้นวัน หรือทุก 3 วัน แล้วแต่กรณี

 

ไขมันพอกตับ

ภาวะนี้เกิดจากเซลล์ตับเสื่อมสภาพ
สาเหตุสำคัญอาจมาจาก

การดื่มแอลกอฮอล์มานานปี
หรือคนที่กินหวาน กินข้าวขาวมากๆ

คาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยน
เป็นไตรกลีเซอไรด์
แล้วไปพอกจับอยู่ที่เซลล์ตับ

บ้างมาจากการกินอาหารไขมันอิ่มตัวสูง
เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม นมเนย
ไขมันพอกตับอาจมีภาวะตับอักเสบเรื้อรังอยู่ด้วย

ซึ่งดูได้จากเอ็นไซม์ตับ
แต่บางคนก็ไม่มีเอ็นไซม์ตับสูง

 

เลือกกระบวนการล้างพิษดังนี้

– ถ้ามีเอ็นไซม์ตับสูง
ให้รักษาแบบภาวะตับอักเสบเรื้อรัง

– ถ้าไม่มีเอ็นไซม์ตับสูง
การรักษาหลักอยู่ที่การปรับพฤติกรรม
เลิกดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด
งดนม งดของทอด ไม่กินของหวาน
กินอาหารสุขภาพทั่วไป
ได้แก่ ข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ กินปลา

-กินสมุนไพรล้างพิษตับ ประกอบด้วย
แดนดิไลออน, อาร์ติโช้ก, มิลก์ทิสเทิล,
ว่านหางจระเข้ และกลูต้าไธโอน GSH
สมุนไพรล้างพิษตับช่วยการสมานคืนของเซลล์ตับได้ดี

 

ตับเเข็ง

เป็นระยะท้ายของโรคตับที่ผ่านจากภาวะไขมันพอกตับ

เลือกใช้กระบวนการรักษาดังนี้

– กินอาหารสุขภาพทั่วไป
อาจต้องเพิ่มปริมาณโปรตีน

เพื่อสนองปริมาณที่ตับสร้างขึ้นไม่เพืยงพอ
โดยให้กินไข่ดาวค่อยๆ ไล่เรียง
จากน้อยไปหามาก จนหายบวม

แต่ต้องระวังไม่ให้โปรตีนมากเกินไป
เพราะอาจทำให้หมดสติ
จากภาวะตับลัมเหลว (Hepatic coma)

 

– ถ้าตับแข็งในระยะเริ่มแรก
อาจกินอาหารสูตรล้างพิษตับ
ช่วยอำนวยให้ตับได้พัก

 

– กินสมุนไพรล้างพิษตับ ประกอบด้วย
แดนดิไลออน, อาร์ติโช้ก, มิลก์ทิสเทิล,
ว่านหางจระเข้ และกลูต้าไธโอน GSH
สมุนไพรล้างพิษตับช่วย
การสมานคืนเซลล์ตับได้บ้าง

โรคอ้วน

หลักสำคัญอยู่ที่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย

เลือกรักษาด้วยการล้างพิษวิธีต่างๆ ดังนี้

– คุมอาหารลดความอ้วน มีหลายหลักสูตร
เช่น 
การอดเพื่อสุขภาพแบบล้างพิษ 10 วัน 
ตามด้วยการอด 1 วัน 1 สัปดาห์

ในระหว่างสัปดาห์ให้กินอาหารสุขภาพ
โดยมื้อเย็นงดข้าว
กินผักสดกับกับข้าวไทยๆ ที่ไม่มัน
ก็ช่วยลดน้ำหนักได้

 

– อาจเลือกใช้สูตรอาหารกินโปรตีน กินผัก
งดข้าว งดของหวาน งดผลไม้
ก็ทยอยลดน้ำหนักได้เหมือนกัน

 

– บางคนอาจเลือกใช้สูตรอาหารล้างพิษตับ
ก็ช่วยลดน้ำหนักได้พอสมควร

 

ภูมิต้านทานไวเกิน เช่น รูมาตอยด์ SLE

หลักการรักษาคือ ลดอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ภูมิต้านทานไวเกิน

เลือกการล้างพิษวิธีต่างๆ ดังนี้

– กินอาหารมังสวิรัติที่ถูกวิธี ได้แก่
ข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ เต้าหู้ ถั่ว งา
การละเลี่ยงเนื้อสัตว์

ช่วยลดสารเสียที่หมักหมมในลำไส้ใหญ่
ซึ่งอาจถูกดูดซึมไปกระตุ้นภูมิต้านทานที่ไวเกิน

 

– อดเพื่อล้างพิษ ใช้สูตรล้างพิษ 10 วัน
ตามด้วยการอด 1 วัน ทุก 1 สัปดาห์

จะช่วยลดการอักเสบได้ดีมาก
อาจทำการอด 10 วัน
ซ้ำได้ทุก 3 เดือน ตามแต่อาการ

ซึ่งสามารถดูได้จากระดับของอัตรา
การตกตะกอนเม็ดเลือดแดง (ESR)

 

– การให้วิตามินระดับสูงมากทางน้ำเกลือ
ใช้วิตามินซีและวิตามินบีเป็นหลัก
อาจให้ได้ทุก 3-5 วัน แล้วแต่อาการ

 

-กินสมุนไพรล้างพิษตับ ที่ประกอบด้วย
แดนดิไลออน,อาร์ติโช้ก,มิลก์ทิสเทิล,
ว่านหางจระเข้ และกลูต้าไฮโอน GSH

 

ภาวะต้องพิษ สารพิษในเลือดสูง

เช่น ควันไฟ ควันรถยนต์

สารเคมีตกค้างในอาหาร เช่น
สารกันบูด ผงชูรส

 

หลักคือให้ตับทำงานเพิ่มขึ้น
เพื่อสลายสารเคมีที่อยู่ในตัว

 

เลือกการล้างพิษดังนี้

– กินผักสีเขียว ที่มีคลอโรฟิลส์สูงๆ
และปลอดสารพิษ เช่น
ผักโขม อัลฟัลฟ่า สาหร่ายสไปรูลิน่า
สาหร่ายคลอเรลลา ต้นข้าวสาลีอ่อน บร็อคโคลี่
Cr.อึส่องโรค

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.